ใครๆ ก็อยากรู้ว่าดวงตัวเองมีเงินไหม ในโหราศาสตร์ไทยดูเรื่องนี้จาก ภพกดุมภะ (ภพที่ 2) ซึ่งเป็นภพการเงิน และ ภพลาภะ (ภพที่ 11) ซึ่งเป็นภพลาภผลรายได้ที่พึงได้ ผู้สอนเรียกดวงที่เงินมาหาง่ายว่า ดวงแห่งทรัพย์ หรือ ธนโยค บทนี้สรุปเกณฑ์ที่ผู้สอนใช้ พร้อมข้อเตือนว่ามันเป็นแนวโน้ม ไม่ใช่คำรับรองว่าใครมีแล้วต้องรวย และเศรษฐกิจโลกกับดวงเมืองก็ส่งผลประกอบกันด้วย
ข้อ 1: เจ้าเรือนกดุมภะกับลาภะเกี่ยวกัน (ธนโยค)
- เจ้าเรือนกดุมภะ ไปอยู่ในภพลาภะ หรือ
- เจ้าเรือนลาภะ มาอยู่ในภพกดุมภะ
ตำราเรียกว่า กดุมภะสู่ลาภะ หรือลาภะสู่กดุมภะ ผู้สอนบอกว่าทรัพย์มาตามสายของเจ้าเรือน เช่นถ้าเจ้าเรือนลาภะไปอยู่ภพพันธุ แล้วเจ้าเรือนพันธุกลับมาอยู่กดุมภะ เงินมาจากพ่อแม่ มรดก หรือผู้อุปถัมภ์ ถ้าเกี่ยวกับเจ้าเรือนกัมมะ ก็มาจากการงาน ถ้าเกี่ยวกับปัตนิ อาจมาจากคู่ครอง
ผู้สอนว่าธนโยคแบบนี้ ลาภะมักมาแบบได้ง่าย (ลาภลอย) แตะอะไรเป็นเงิน ส่วนคนที่ไม่มีเกณฑ์นี้ ต้องเหนื่อยมาก และเงินที่ได้ยังเป็นประ คือไม่ได้ใช้เอง
ข้อ 2: ดาวการเงินได้มาตรฐานดี และอยู่ภพดี
เจ้าเรือนกดุมภะ ได้ตำแหน่งดี
- เกษตร มั่นคง
- อุจจ์ ได้เงินก้อนใหญ่
- ราชาโชค ได้ง่าย
- มหาจักร ได้แต่เหนื่อย
และควรอยู่ภพดี ตัวอย่างอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนกดุมภะของลัคนากรกฎ ไปอยู่เมษ (ภพกัมมะ) และเป็นอุจจ์ ผู้สอนอ่านว่าเงินเดินเข้าไปในภพงานแล้วได้ตำแหน่งสูง เงินก้อนใหญ่จากงาน ไม่ใช่เงินเล็กๆ
ถ้าดาวการเงินอยู่ภพลาภะ ผู้สอนเล่าว่าบางคนพูดสั้นๆ ก็ปิดการขายก้อนใหญ่ได้ และถ้าเป็นอุจจ์หรือราชาโชคยิ่งง่าย ส่วนมหาจักรเหนื่อยกว่ามาก
ถ้าไม่ได้ตำแหน่ง แต่อยู่ภพดี (ลาภะ สุภะ) ก็ได้บ้าง ภพสุภะแปลว่าได้เงินทองจากผู้ใหญ่ เมตตา เลื่อนขั้นเลื่อนเงินเดือน
ข้อ 3: ดาวการเงินหรือดาวลาภะได้องค์เกณฑ์/อุดมเกณฑ์
ผู้สอนว่าข้อนี้ต้องเรียนลึก แต่เป็นตัวบอกว่าทรัพย์ อยู่ยาว ผู้ที่ได้องค์เกณฑ์หรืออุดมเกณฑ์แห่งทรัพย์ มีเงินเก็บและเงินหมุนเวียนไม่ขาด ต่อให้ขาดทุนก็ได้คืน ทรัพย์หรือกิจการอยู่ถึงลูกหลาน ส่วนคนที่ไม่ได้ ทรัพย์อาจมาบ่อยแต่จากไปเร็ว กิจการหลายแห่งไปจบที่รุ่นที่ 3 บางตระกูลมีกิจการต่อหลายรุ่นก็เพราะเกณฑ์นี้ (ผู้สอนยกเป็นข้อสังเกตทั่วไป) ผู้สอนบอกว่าดูรุ่นที่ 1 ของคนตั้งกิจการได้ว่ากิจการจะยืนยาวไหม
รายละเอียดเกณฑ์แต่ละราศีดูที่บท องค์เกณฑ์ อุดมเกณฑ์ ปทุมเกณฑ์
ข้อ 4: ดาวการเงินมีคู่มหามิตร
คู่มหามิตรใหญ่คือเสาร์กับราหู ตัวอย่างลัคนาธนูที่เสาร์เป็นเจ้าเรือนกดุมภะ และมีราหูร่วม ถ้าอยู่ภพดี ผู้สอนอ่านว่ามีคนเอาเงินมาให้ทำกิจการ ทรัพย์สม่ำเสมอต่อเนื่อง ตำราเปรียบเหมือนมีทุนหนุน และถ้าอยู่ภพสุภะ ต่อยอดยาวไกลถึงรุ่นต่อไป
ข้อ 5: ธาตุของราศีที่ดาวการเงินอยู่
- ราศีธาตุดิน (พฤษภ กันย์ มังกร) เก็บเงินเก่ง มีเงินเก็บเหนียวแน่น โดยเฉพาะราศีมังกรที่เป็นแกน เช่นลัคนาธนูที่เสาร์เป็นเกษตรในมังกร
- ราศีธาตุไฟ ผันผวน เงินไปแล้วกลับมา ถ้ามีเพื่อน (ดาวช่วย) ก็กลับมา
เงื่อนไขที่ต้องผ่านด้วย: ไม่เป็นกาลกิณี
ดาวการเงินต้องไม่เป็นกาลกิณีทางภูมิทักษา ถ้าเป็นกาลกิณี หรือมีดาวกาลกิณีมาอยู่ภพกดุมภะ เงินจะติดขัด ล่าช้า หรือถูกตัดทอน
หายนโยค: กฎเดียวที่ทำให้ทรัพย์หาย
ผู้สอนว่าของดีต้องมีของเสียคู่กัน หายนโยคทำให้ทรัพย์สลาย เงื่อนไขคือ
- ลัคนาอยู่ในเรือนกาลกิณี (ราศีของดาวที่เป็นกาลกิณีทางทักษาของเจ้าชะตา) และ
- ดาวกาลกิณีนั้นโยกหน้าลัคนา (อยู่ห่าง 3 ช่องจากลัคนา)
ตัวอย่างเจ้าชะตาเกิดวันอาทิตย์ มีศุกร์เป็นกาลกิณี ถ้าลัคนาอยู่ราศีของศุกร์ และศุกร์ไปโยกหน้าลัคนา ครบสองข้อเป็นหายนโยค มีทรัพย์เท่าไรก็หาย เก็บทรัพย์หรือกิจการไม่ได้ ผู้สอนแนะนำว่าผู้ใหญ่จะให้มรดกควรตรวจเรื่องนี้ก่อน
ถ้าลัคนาอยู่เรือนกาลกิณีอย่างเดียว ไม่มีโยก ทำอะไรติดขัดและช้ากว่าจะสำเร็จ แต่ยังมีสิทธิ์มีทรัพย์ ให้ดูดาวการเงินต่อ
ดาวจรก็ใช้ได้ แต่ชั่วคราว
ถ้าช่วงหนึ่งลัคนาจรไปอยู่เรือนกาลกิณีและดาวกาลกิณีจรโยกหน้า ผู้สอนแนะนำให้หยุดลงทุนหรือเลี่ยงตัดสินใจใหญ่ในช่วงนั้น เพราะเสียหายง่าย แต่ดาวจรไม่อยู่นาน เสาร์จะอยู่นานกว่าดาวอื่น ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ตัดสินทั้งหมด
ควรทำ
- หาเจ้าเรือนกดุมภะ (ภพ 2) และเจ้าเรือนลาภะ (ภพ 11) ของลัคนาคุณ ดูว่าเกี่ยวกันตามข้อ 1 หรือไม่
- ตรวจมาตรฐานของดาวการเงินและภพที่อยู่ ตามข้อ 2
- ตรวจว่าดาวการเงินไม่เป็นกาลกิณีและไม่เข้าหายนโยค ถ้าเข้า ให้ตั้งกฎวินัยเรื่องเงินและเลี่ยงเก็บทรัพย์ในรูปแบบที่หายง่าย
- ถ้าเป็นธาตุไฟหรือผันผวน ให้ทำระบบออมอัตโนมัติ เพราะธรรมชาติดาวเงินผ่านมือเร็ว
- อย่าใช้ธนโยคเป็นเหตุเสี่ยงโชคหรือกู้เงินลงทุนใหญ่ ใช้เป็นแผนปรับพฤติกรรม