ดาวดวงเดียวกันเดินผ่านราศีต่างๆ แล้วความแรงไม่เท่ากัน ตำราไทยสังเกตมาแต่โบราณว่า ดาวบางดวงพอถึงบางราศีดูสว่างและมีกำลังกว่าปกติ เหมือนคนกลับถึงบ้านหรือกลับเข้าฐานที่มั่น จึงตั้งเป็น "มาตรฐานดาว" ให้ไว้ประเมินกำลังดาวในดวงชะตา
เกษตร: ดาวกลับบ้าน
"เกษตร" แปลว่ามั่นคง ถาวร หนักแน่น หรือแปลว่าผู้เป็นเจ้าของก็ได้ เปรียบแต่ละราศีเป็นบ้าน ดาวที่เป็นเจ้าเรือนของราศีคือเจ้าของบ้าน เมื่อดาวอยู่ในราศีของตัวเอง เรียกว่าได้ตำแหน่งเกษตร (เกษตราธิบดี)
บ้านทั้ง 12 หลัง มีเจ้าของไม่ครบทุกดวง ในระบบของเรา อาทิตย์กับจันทร์มีบ้านหลังเดียว (สิงห์ และกรกฎ) เสาร์มีมังกร ราหูมีกุมภ์ ส่วนอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ มีบ้านสองหลัง (ตำราหลายเล่มอนุโลมให้ราหูเป็นเจ้าเรือนกุมภ์ร่วมกับเสาร์ เหมือนเสาร์ให้ราหูเช่าบ้านกุมภ์ ในเว็บเรานับกุมภ์เป็นของราหู) เกตุและมฤตยูไม่เป็นเจ้าเรือนของราศีใดเลย เพราะเกตุไม่ใช่ดาวจริงและเพิ่งนำมาใช้ในโหราศาสตร์ไทยไม่นาน ส่วนมฤตยูเพิ่งค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2324
ดวงที่เจอดาวเกษตร แปลว่าเจ้าชะตามีเรื่องบางเรื่องที่มั่นคงในชีวิต เรื่องอะไรขึ้นกับว่าดาวนั้นเป็นเจ้าเรือนภพไหน
ข้อสังเกตจากตำราคือ ดวงที่มีดาวได้เกษตรถึง 3 ดวง ถือว่าเหมือนมีเสาค้ำสามต้น ชีวิตมีแต่จะสูงขึ้นไม่ตกต่ำกว่าเดิม (เป็นข้อสังเกตของโหรผู้ใหญ่ ไม่ใช่กฎตายตัว)
ประ: ไปอยู่ตรงข้ามบ้าน
ถ้าดาวไปอยู่ในราศีตรงข้ามกับบ้านของตัวเอง เรียกว่าได้ตำแหน่งประเกษตร หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ประ" ความหมายตรงข้ามกับเกษตร จากมั่นคงกลายเป็นไม่มั่นคง
ตัวอย่าง ศุกร์เป็นเจ้าเรือนของตุลย์ ตรงข้ามตุลย์คือเมษ ศุกร์ในเมษจึงเป็นประ วิธีจำที่ง่ายที่สุด คือจำเกษตรให้แม่น ราศีตรงข้ามคือประเสมอ
อุจจ์: ยกย่อง สูงส่ง
อุจจ์ (หรือมหาอุจจ์) แปลว่าสูง หมายถึงอำนาจ บารมี ชื่อเสียงที่ขจรขจาย ได้รับเกียรติ และสิ่งที่มากมาย นอกจากความสูงส่งแล้ว ตำรายังชี้ไปที่ "การกระทำและความขยัน" ของเจ้าชะตา ดาวที่ได้อุจจ์จึงอ่านเรื่องขยัน ลงมือทำ และสมรรถนะสูงได้เด่นกว่าดาวอื่น
นิจ: ตรงข้ามอุจจ์
ราศีตรงข้ามอุจจ์ของดาวคือนิจ ความหมายตรงข้าม จากขยันกลายเป็นขี้เกียจ จากสูงเป็นต่ำ
ตารางครบ 8 ดาว
| ดาว | เกษตร (บ้านตัวเอง) | ประ (ตรงข้ามบ้าน) | อุจจ์ | นิจ (ตรงข้ามอุจจ์) |
|---|---|---|---|---|
| อาทิตย์ | สิงห์ | กุมภ์ | เมษ | ตุลย์ |
| จันทร์ | กรกฎ | มังกร | พฤษภ | พิจิก |
| อังคาร | เมษ และ พิจิก | ตุลย์ และ พฤษภ | มังกร | กรกฎ |
| พุธ | เมถุน และ กันย์ | ธนู และ มีน | กันย์ | มีน |
| พฤหัสบดี | ธนู และ มีน | เมถุน และ กันย์ | กรกฎ | มังกร |
| ศุกร์ | พฤษภ และ ตุลย์ | พิจิก และ เมษ | มีน | กันย์ |
| เสาร์ | มังกร | กรกฎ | ตุลย์ | เมษ |
| ราหู | กุมภ์ | สิงห์ | พิจิก | พฤษภ |
ในตารางนี้ราศีกุมภ์เป็นของราหูตามระบบของเรา
อ่านดาวที่ได้อุจจ์ 2 แนวทาง
แนวที่ 1: อ่านตามคุณสมบัติของดาว เช่น พฤหัสบดีหมายถึงปัญญา ถ้าพฤหัสบดีอุจจ์ที่กรกฎ เจ้าชะตาขยันเรียนและหาความรู้ ถ้าลัคนากรกฎด้วย เข้าเกณฑ์ที่ตำราเรียกมุนีศาสดา มักสนใจธรรมะ ไม่ยึดโลกเกินควร กล้าหาญ รักความจริง ได้รับการยอมรับ อีกตัวอย่าง ศุกร์อุจจ์ที่มีน ขยันสร้างสมบัติพัสถานตามคุณสมบัติของศุกร์
แนวที่ 2: อ่านตามภพที่ดาวนั้นเป็นเจ้าเรือน ถ้าดาวเจ้าเรือนตนุเป็นอุจจ์ เจ้าชะตาขยันก่อร่างสร้างตัวให้สูงขึ้น ถ้าเจ้าเรือนพันธุอุจจ์ ขยันสร้างฐานะ บ้าน รถ อสังหาริมทรัพย์
ใช้สองแนวคู่กัน ได้ทั้งนิสัยและเรื่องของชีวิต
ไม่มีดาวอุจจ์ในดวง ขี้เกียจหรือเปล่า
ไม่ใช่ ทุกดวงมีความขยันได้ ต่างกันที่ผลลัพธ์ ดวงที่ไม่มีดาวอุจจ์ ขยันเต็มที่แล้วผลอาจไม่ถึงที่หวัง ส่วนดวงที่มีดาวอุจจ์ ขยันแล้วมักได้ตามที่ตั้งใจหรือมากกว่า
ควรทำ
- วาดแผ่นดวงเปล่า แล้วเขียนเกษตร ประ อุจจ์ นิจ ของตัวเองลงไป (ตารางข้างบนช่วยได้) จดไว้ว่าดาวคุณดวงไหนได้มาตรฐานอะไร
- เจอดาวเกษตรหรืออุจจ์ ถามต่อว่าดาวนั้นเป็นเจ้าเรือนภพไหน แล้วใช้ภพนั้นเป็นเรื่องที่ต้องลงแรง
- เจอดาวประหรือนิจ อย่าเพิ่งสรุปว่าแย่ ดูต่อว่ามีตำแหน่งพิเศษมาล้างโทษหรือไม่ (ดูบทองค์เกณฑ์ อุดมเกณฑ์ ปทุมเกณฑ์)