เห็นว่าดาวตกนิจในดวง คนส่วนใหญ่ตกใจ แต่ในทางโหราศาสตร์ ดาวนิจยังไม่ใช่คำตัดสิน ผู้สอนอธิบายว่า ผู้รู้จะไม่ฟันธงว่าดาวนิจ "แท้ 100%" ก่อนจะตรวจว่าดาวนั้น ฟื้น หรือไม่ ถ้าฟื้นแล้ว ความเสียหายจะไม่ถึงตัวเจ้าชะตา ไปเสียเฉพาะเรื่องที่ดาวนั้นเป็นเจ้าเรือน
ย้อนความ: นิจคืออะไร
อุจจ์คือตำแหน่งที่ดาวมีกำลังสูงสุด นิจคือราศีตรงข้ามอุจจ์ กำลังด้อยถอยลง (ตารางเต็มดูบท มาตรฐานดาว) ตัวอย่างพฤหัสบดีนิจที่มังกร อาทิตย์นิจที่ตุลย์ เสาร์นิจที่เมษ อังคารนิจที่กรกฎ
ทำไมต้องระวังการฟันธง
ผู้สอนบอกว่ามือใหม่มักเห็นพฤหัสบดีตกนิจแล้วทายว่าคนนี้ไม่มีคุณธรรมหรือการศึกษาไม่ดี ซึ่งมักผิด เพราะดาวนิจที่ฟื้นแล้วยังเรียนเก่งมาก มีคุณธรรมเต็ม ที่เสียคือเรื่องที่ดาวนั้นเป็นเจ้าเรือน เช่นพฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนปัตนิ ก็เสียหายตรงเรื่องคู่ครอง ไม่ใช่ตัวความรู้ของเจ้าชะตา
ตัวอย่างลัคนากันย์ พฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนปัตนิ (ภพ 7) ถ้าไปตกนิจที่มังกร แล้วฟื้น เจ้าชะตายังมีความรู้และคุณธรรมเต็มเปี่ยม แต่ต้องแปลใหม่ว่า ได้คู่ที่ทำให้ช้ำใจ ความเสียอยู่ที่เรื่องคู่ ไม่ใช่ที่ตัวดาว
กฎ 4 ข้อให้ดาวนิจฟื้น
ข้อ 1: ดาวนิจอยู่ภพ 1, 4, 7 หรือ 10 นับจากลัคนา
ภพมุมทั้งสี่ (กุมลัคนา ภพพันธุ ภพปัตนิ ภพกัมมะ) ช่วยให้ดาวนิจไม่เสีย ตัวอย่างลัคนากรกฎ อังคารตกนิจที่กรกฎ กุมลัคนา อังคารฟื้น ตัวตนเจ้าชะตาไม่ต่ำต้อย แต่ถ้าอังคารเป็นเจ้าเรือนมรณะของลัคนาเมษ ก็ยังต้องดูแลสุขภาพ
ตัวอย่างลัคนาเมษ อาทิตย์เป็นนิจ แต่อยู่ภพ 7 (ตรงกันข้ามลัคนา) อาทิตย์เป็นเจ้าเรือนปุตตะ จึงอย่าทายว่าเรียนไม่จบหรือเสียหายเรื่องลงทุน เพราะฟื้นแล้ว ที่เสียอาจเป็นเรื่องเรียนในสิ่งที่ไม่ต้องการ เช่นอยากเป็นหมอแต่ครอบครัวให้เรียนบริหาร แต่ยังทำงานได้และมีหุ้นส่วนดูแลได้
ข้อ 2: ดาวนิจอยู่ในราศีที่เจ้าของราศีมีมาตรฐานดี
ถ้าดาวนิจอยู่ในราศีของดาวดวงอื่น แล้วดาวเจ้าของราศีนั้นได้ตำแหน่งดี (เกษตร อุจจ์ ราชาโชค หรือมหาจักร อย่างใดอย่างหนึ่ง) ดาวนิจก็ฟื้น
ตัวอย่างลัคนามีน เสาร์เป็นเจ้าเรือนลาภะ ตกนิจที่เมษ ซึ่งเป็นราศีของอังคาร ถ้าอังคารได้ตำแหน่งดีตำแหน่งเดียว เสาร์ฟื้นทันที ผู้สอนบอกว่าคนที่ถูกทักว่า "เสาร์นิจ ไม่มีบ้านอยู่" แต่ในดวงจริงมีบ้านและกิจการมาก เพราะกฎข้อนี้ จึงห้ามทายเรื่องไม่มีบ้านก่อนตรวจอังคาร
ข้อ 3: องศาตรงกับนวางค์ของดาวอุจจ์ (นิจภังคราชโยค)
กฎข้อนี้ยากกว่า ต้องดูองศาของดาวนิจ ตัวอย่างเสาร์ที่เมษ ถ้าเสาร์อยู่ในนวางค์ลูกที่ 5 ของเมษ คือ 13°20′ ถึง 16°40′ (นวางค์นี้ตกราศีสิงห์ ราศีของอาทิตย์ ซึ่งอาทิตย์เป็นอุจจ์ที่เมษ ซับของผู้สอนพูดช่วงองศาไม่ชัด ผมคำนวณช่วงนวางค์ลูกที่ 5 ใหม่ให้ถูกต้อง) ผู้สอนเรียกว่านิจภังคราชโยค แปลว่าเสาร์ฟื้นแบบดาวอุจจ์ ผู้สอนอ่านผลว่าเป็นทรัพย์สินที่ดินมากมาย หลายแปลง เป็นเศรษฐีที่ดินได้ แต่อาจเสียเรื่องอื่น เช่นผู้ใหญ่ ลาภผล
ถ้าไม่ตรวจข้อนี้ จะทายผิดคว่ำเป็นว่าไม่มีที่อยู่ ตัวอย่างนี้ผู้สอนอธิบายด้วยกรณีเดียว ผู้อ่านที่สนใจต้องตรวจนวางค์ของดาวนิจในดวงตัวเอง ดูบท นวางค์ ประกอบ
ข้อ 4: ดาวนิจอยู่ภพ 1, 4, 7 หรือ 10 นับจากจันทร์
เหมือนข้อ 1 แต่นับจากพระจันทร์ในดวงแทนลัคนา ตัวอย่างจันทร์เกษตรที่กรกฎ อังคารตกนิจที่กรกฎ กุมจันทร์ อังคารฟื้น หรืออาทิตย์ตกนิจที่ตุลย์ ซึ่งอยู่ภพ 4 จากจันทร์ ก็ฟื้น หรือพฤหัสบดีนิจที่มังกร ซึ่งอยู่ภพ 7 จากจันทร์ ก็ฟื้น ความรู้และคุณธรรมยังเต็ม
ถ้าดาวนิจฟื้น จะอ่านอย่างไร
- ตัวดาวไม่เสีย คุณสมบัติของดาวนั้น เช่นความรู้ของพฤหัสบดี หรือความมีเกียรติของอาทิตย์ ยังอยู่
- ที่เสียคือเรื่องที่ดาวเป็นเจ้าเรือน ให้อ่านเจ้าเรือนภพที่ดาวนั้นดูแล
- อ่านด้วย เดินตามดาว เพื่อหาว่าเรื่องไหนต้องผ่านอุปสรรค
ดาวบาปที่นิจฟื้น ก็ยังร้ายเหมือนเดิม
ผู้สอนบอกว่าราหูหรือดาวบาปที่เป็นนิจแล้วฟื้น จะ "ไม่ทำลายตัวเอง" แต่ไม่ได้แปลว่าดี ยังร้ายเหมือนเดิม เพียงทำสิ่งนั้นได้ผล เช่นงานสีเทา การเลียนแบบ หรือการพนัน ผู้สอนเตือนว่าไม่แนะนำให้ใช้ทาง เพราะผลกรรมตามมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าเหมาะที่จะเปลี่ยนก็ควรเปลี่ยนไปทางอื่น เพราะดวงยังมีดาวดีดวงอื่นให้ใช้
ข้อสังเกตเรื่องราหู ราหูที่อยู่เมษหรือพฤษภ ตำราว่ามีทางฟื้นแบบเฉพาะ ผู้สอนยกตัวอย่างราหูนิจที่พฤษภ แต่ถ้าสวมเครื่องแบบทำงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ มักเลื่อนยศเร็ว โดยไม่ต้องทุจริต เพราะพลังของดาวฟื้นมาในทางที่ดี
ควรทำ
- เห็นดาวนิจ อย่าฟันธงทันที ตรวจ 4 กฎตามลำดับ ข้อ 1 และ 4 ง่ายสุด (นับภพ) ข้อ 2 ดูมาตรฐานของเจ้าของราศี ข้อ 3 ดูองศาและนวางค์
- เขียนให้ชัดว่าดาวนิจนั้นเป็นเจ้าเรือนภพอะไร แล้วอ่านผลเสียที่ภพนั้นเท่านั้น
- ถ้าผ่านกฎใดกฎหนึ่ง ถือว่าตัวดาวฟื้น คุณสมบัติของดาวยังใช้ได้
- ถ้าไม่ผ่านสักข้อ จึงถือว่านิจแท้ แล้วดูดาวช่วยอื่นประกอบ