เทคนิคอ่านดวงที่ใช้บ่อยที่สุดของโหราศาสตร์ไทยคือ "เดินตามดาว" จำง่ายแต่ใช้ได้ทุกเรื่อง ผู้ฝึกใหม่จะอ่านดวงออกเป็นประโยคได้ภายในไม่กี่ครั้ง
หลักการ
ผู้อ่านอยากรู้เรื่องอะไร ให้เลือกภพของเรื่องนั้น (เช่นเงิน คือกดุมภะ งาน คือกัมมะ ชีวิตของคุณเอง คือตนุ) แล้วเดินตามดาวไปเป็นจังหวะ
- จังหวะแรก ภพที่ต้องการอ่าน
- จังหวะที่สอง ดาวเจ้าเรือนของภพนั้นไปอยู่ภพไหน
- จังหวะที่สาม (ถ้าต้องการลึกกว่านั้น) เจ้าเรือนของภพที่สองไปอยู่ภพไหน ตามต่อไปเรื่อยๆ
ได้เป็น "โครง" สั้นๆ เช่น กดุมภะ → วินาศ → อริ แล้วจึงนำโครงนั้นไปแปลเป็นคำพยากรณ์ ด้วยความหมายของภพที่ผ่านมา
ผสมภพ กับ ผสมดาว
เดินตามดาวมี 2 รูปแบบ ใช้ผสมกันได้
- ผสมภพ นำความหมายของภพมาต่อกัน โดยใช้ดาวเจ้าเรือนเป็นตัวเชื่อม
- ผสมดาว นำความหมายของดาวตั้งแต่สองดวงที่อยู่ร่วมกันมาผสม
ผสมภพ: ตัวอย่าง 4 ดวง
ตัวอย่าง 1: ลัคนาตุลย์ ถามชีวิต ดาวตนุลัคน์คือศุกร์ อยู่พิจิก (ภพกดุมภะ) ได้โครง ตนุ → กดุมภะ ครรลองชีวิตผูกกับเรื่องเงิน และศุกร์อยู่พิจิกซึ่งเป็นประของศุกร์ แปลว่าการเงินไม่มั่นคง ต้องดูต่อว่าทำไมสิ้นเปลือง ให้เดินตามไปที่เจ้าเรือนกดุมภะ (อังคาร เจ้าเรือนพิจิก) ว่าอยู่ภพไหน
ตัวอย่าง 2: ลัคนาเมษ ดาวตนุลัคน์ (อังคาร) อยู่พฤษภ (กดุมภะ) เป็นประ จังหวะสอง ดาวเจ้าเรือนกดุมภะคือศุกร์ อยู่พฤษภบ้านตัวเองได้เกษตร ได้โครง ตนุ → กดุมภะ → กดุมภะ (เกษตร) อ่านได้ว่าเจ้าชะตาใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แต่ไม่ลำบาก เพราะดาวกดุมภะมั่นคง ย่อมมีเงินให้ใช้
ตัวอย่าง 3 โครงทำนองเดียวกัน เช่น ตนุ → กดุมภะ → อริ ตีความว่าเงินไม่มั่นคงเพราะปัญหาอุปสรรค ศัตรู โรคภัย หรือหนี้สิน
ตัวอย่าง 4: ลัคนาสิงห์ ถามงาน ภพกัมมะคือพฤษภ เจ้าเรือนคือศุกร์ อยู่สิงห์กุมลัคนา (ภพตนุ) ได้โครง กัมมะ → ตนุ และเดินต่อไปเจ้าเรือนตนุคืออาทิตย์ อยู่เมษ (ภพศุภะ) ได้โครง กัมมะ → ตนุ → ศุภะ อ่านได้ว่าเจ้าชะตาสำเร็จด้านการงาน งานมั่นคง เจริญก้าวหน้าและได้รับการยกย่อง เพราะอาทิตย์อุจจ์ที่เมษ ศุกร์อยู่เรือนอาทิตย์ และสองดวงเป็นคู่สมพลกัน
ระวังสับสน: ลำดับของโครง
ตัวอย่างลัคนากุมภ์ เปรียบเทียบสองดวง
- ดวงที่ 5 ดาวตนุลัคน์คือราหู พฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนกดุมภะ (มีน) และลาภะ (ธนู) อยู่พฤษภ ภพพันธุ ได้โครง กดุมภะ → พันธุ แปลว่าเจ้าชะตาหารายได้จากญาติพี่น้อง
- ดวงที่ 6 ศุกร์เป็นเจ้าเรือนพันธุ (พฤษภ) และศุภะ (ตุลย์) อยู่มีน ภพกดุมภะ ได้โครง พันธุ → กดุมภะ แปลว่าญาติพี่น้องมาขอเงินคุณไปใช้ หรือหาผลประโยชน์จากคุณ
สองโครงนี้ ถ้าอ่านเป็น "เกี่ยวกับเงินกับญาติ" เหมือนกันจะผิด ต้องดูว่าภพไหนมาก่อน เรื่องที่ถามอยู่ที่ต้นโครง เรื่องที่ตามมาคือสิ่งที่พาไป
ผสมดาว: ดาวอยู่ร่วมกันส่งคุณสมบัติให้กัน
ในราศีเดียวกัน ดาวแต่ละดวงถ่ายทอดคุณสมบัติไปให้อีกดวง
ตัวอย่างศุกร์กับอังคาร (คู่มิตร) อังคารกล้า เอาจริงเอาจัง ศุกร์รักสวยรักงามและรื่นเริง เมื่ออยู่ด้วยกัน อังคารจึงรักสนุกขึ้น ศุกร์จริงจังขึ้น ใครถ่ายทอดมากกว่า ขึ้นกับราศี
- ราศีเมษ (บ้านอังคาร ศุกร์เป็นประ) อังคารถ่ายทอดมากกว่า
- ราศีพฤษภ (บ้านศุกร์ อังคารเป็นประ) ศุกร์ถ่ายทอดมากกว่า
ตัวอย่างศุกร์กับเสาร์ (ดาวที่ไม่ใช่คู่มิตรก็ส่งคุณสมบัติให้กันได้เหมือนกัน) อยู่ตุลย์ บ้านศุกร์ ศุกร์ปกติคล่องตัว รักสวยงาม เสาร์สุขุม ช้า คิดมาก ศุกร์ได้ความหนักแน่นรอบคอบจากเสาร์ เสาร์ได้ความสนุกสนานและคิดมากน้อยลงจากศุกร์ และเพราะเป็นบ้านศุกร์ ศุกร์ถ่ายทอดอิทธิพลได้มากกว่า
ดาวอยู่เดี่ยวในราศีของคนอื่น ก็ได้รับอิทธิพลจากเจ้าของบ้าน
ถึงเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ในบ้านตัวเอง ความเป็นเจ้าของยังอยู่ ดาวที่เข้ามาอยู่จึงรับคุณสมบัติจากดาวเจ้าเรือน เหมือนผู้เช่ากับเจ้าของบ้านที่มีกติกาให้ผู้เช่าปฏิบัติ
- จันทร์ในเมษ เจ้าเรือนเมษคืออังคาร ถึงอังคารไม่อยู่ที่นั่น จันทร์ที่ปกติอ่อนโยนจะแข็งขึ้นและห้าวขึ้น แข็งขึ้นในเรื่องของภพที่จันทร์เป็นเจ้าเรือน
- พฤหัสบดีในกุมภ์ เจ้าเรือนคือราหู (ในระบบของเรา) พฤหัสบดีฝ่ายธรรมะอยู่เรือนของราหูฝ่ายอธรรม ธรรมะของพฤหัสบดีเสื่อมลง และเรื่องที่พฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนในดวงจะด้อยลง
ต่างกันที่จันทร์ได้เสริมกำลัง ส่วนพฤหัสบดีเสียกำลัง ขึ้นกับว่าเจ้าบ้านเป็นประเภทไหน
ก่อนฝึก ต้องแม่นเรื่องอะไร
ความหมายดาว ดาวศุภและดาวบาป มาตรฐานดาว (เกษตร อุจจ์ มหาจักร ราชาโชค) ดาวคู่มิตรคู่ศัตรู ดาวคู่สมพล รวมถึงการส่งกำลังของดาวแต่ละดวง
ควรทำ
- เขียนโครงสั้นๆ ก่อนตอบ เช่น "กดุมภะ → พันธุ" แล้วถามตัวเองว่าเรื่องไหนเป็นต้นโครง
- ฝึกกับดวงตัวเอง 3 เรื่อง งาน เงิน คู่ ให้ได้ทั้งโครงและประโยค
- เมื่อเดินตามดาวถึงภพไหน ให้ดูมาตรฐานของดาวเจ้าเรือนที่นั่น และดาวอื่นที่อยู่ร่วมราศี