ตำราไทยมองว่าไม่มีสิ่งใดหยุดนิ่ง ชีวิตคนก็เช่นกัน จึงให้ "ลัคนา" ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของดวงเคลื่อนที่ไปตามอายุ ลัคนาที่เคลื่อนไปเรียกว่า "ลัคนาจร" ในตำราไทยมีหลายรูปแบบ แบบรายปีเป็นแบบที่เก่าแก่ ใช้กันกว้างที่สุด และเข้าใจง่ายที่สุด จึงบางตำราเรียกว่า "ลัคนาแบบธรรมดา" หรือ "ลัคนาสามัญ"
วิธีหาลัคนาจร
- ผูกดวงจากวันเวลาเกิดให้ได้พื้นดวง
- หา อายุย่าง ของปีที่ต้องการ (อายุเต็ม 34 ย่างเข้า 35 ใช้ 35)
- นับ 1 ที่ลัคนาเดิม แล้วนับปีละหนึ่งราศีตามวงจักรราศีจนถึงอายุย่าง
- ราศีที่นับตกคือที่ตั้งของลัคนาจรปีนั้น ทำเครื่องหมายกากบาทหรือบวก
- ตั้งภพตนุจรที่ราศีนั้น แล้วเรียงภพจรต่อไปจนถึงวินาศจร
ตัวอย่าง ลัคนากันย์ อายุย่าง 40 นับ 1 ที่กันย์ ไปถึง 40 ตกธนู (นับ 39 ราศีต่อจากกันย์ ได้ธนู) ลัคนาจรอยู่ธนู ซึ่งในพื้นดวงเป็นภพพันธุ
ตัวอย่าง ลัคนามังกร อายุย่าง 42 ลัคนาจรอยู่มิถุน ซึ่งในพื้นดวงเป็นภพอริ
สูตรลัด ลัคนาจร = ราศีลัคนา + (อายุย่าง − 1) แล้วหารเอาเศษ 12 เช่น ลัคนากันย์ อายุย่าง 35 ได้กรกฎ (ตรงตัวอย่างของตำรา)
อย่าสับสนกับเกณฑ์ชันษาจร ซึ่งนับด้วยอายุเต็ม เริ่มจากราศีของดาวตนุลัคน์ และข้ามหนึ่งราศีทุก 12 ปี เป็นคนละวิธีกัน
วิธีอ่าน 5 แบบ
วิธีที่ 1: อ่านตามภพจร ตั้งภพจรจากลัคนาจร ดาวทุกดวงอยู่ที่เดิมไม่ต้องขยับ แต่หน้าที่ของดาวเปลี่ยนตามภพจร ตัวอย่างลัคนามังกร อายุย่าง 42 ลัคนาจรอยู่มิถุน ราหูที่ในพื้นดวงเป็นเจ้าเรือนกดุมภะ (กุมภ์) ตอนนี้เป็นเจ้าเรือนศุภะจร อังคารที่เคยเป็นเจ้าเรือนพันธุ (เมษ) และลาภะ (พิจิก) ตอนนี้เป็นเจ้าเรือนลาภจร (เมษ) และอริจร (พิจิก) อาทิตย์ที่เคยเป็นเจ้าเรือนมรณะ (สิงห์) ตอนนี้เป็นเจ้าเรือนสหัชจร
วิธีที่ 2: อ่านร่วมกับดาวจร อ่านเรื่องที่ต้องการจากดาวที่ทำหน้าที่เจ้าเรือนจรในปีนั้น เช่น ตอนอายุย่าง 42 ถ้าอยากรู้เรื่องเงิน ต้องอ่านจากจันทร์ซึ่งเป็นเจ้าเรือนกดุมภจรของปีนั้น ไม่ใช่ราหูที่เป็นเจ้าเรือนกดุมภะในพื้นดวง
วิธีที่ 3: อ่านภพเดิมที่ภพจรตก ดูว่าราศีของแต่ละภพจรเป็นภพอะไรในพื้นดวง แล้วนำมาซ้อนกัน ได้เป็นกรอบ เช่น ลัคนามังกร อายุย่างได้ 42 ลัคนาจรอยู่มิถุน ซึ่งเป็นภพอริของพื้นดวง กรอบของปีนี้จึงเป็น ตนุจร = อริเดิม แปลว่าตัวคุณปีนี้ผูกกับเรื่องอุปสรรคและการแข่งขัน ภพกดุมภะจรอยู่กรกฎ ซึ่งเป็นภพปัตนิของพื้นดวง กรอบเรื่องเงินจึงผูกกับคู่ครองหรือหุ้นส่วน กรอบนี้ไม่ใช่โครงเดินตามดาว แต่เป็นขอบเขตว่าเรื่องนั้นพันกับเรื่องเดิมอะไร
วิธีที่ 4: ปีขึ้นรอบใหม่ (ปีที่ 13, 25, 37, 49…) ปีเหล่านี้ลัคนาจรกลับมาซ้ำลัคนาเดิม ตำราสั่งให้ตั้ง "ภพอนุจร" เพิ่มอีกภพหนึ่ง ไล่ตามลำดับรอบ รอบที่ 4 ตั้งภพ 4 (พันธุ) รอบที่ 5 ตั้งภพ 5 (ปุตตะ) รอบที่ 6 ตั้งภพ 6 (อริ) ตามเลขรอบ แล้วนำมาถ่วงดุลคำพยากรณ์ ปีเหล่านี้มี "ลัคนาสองตัว" ทำให้ผลของสิ่งที่เลือกทำถูกคูณสอง ถ้าเลือกทางดี ได้ดีขึ้นมาก ถ้าประมาทก็ลำบากสองเท่า
วิธีที่ 5: ผสมทุกวิธี โหรที่มีประสบการณ์ใช้วิธีนี้ เหมือนสั่งข้าวร้านอาหารตามสั่ง จะสั่งธรรมดา สั่งพิเศษ หรือเพิ่มไข่ก็ได้
อีกแบบ: ขับดาวทุกดวงไปด้วย
ตำราบางตำราให้ขับดาวทั้ง 10 ดวงในพื้นดวงไปปีละราศีตามอายุย่างเหมือนลัคนา จนได้ดวงที่ดูเหมือนเป็นดวงใหม่ แต่ยังเป็นดวงของคนเดิม ทั้งลัคนาและดาวเคลื่อนไปปีละหนึ่งราศี ภพเปลี่ยน หน้าที่ของดาวเปลี่ยน ตัวอย่างลัคนากันย์ อายุย่าง 35 ลัคนาจรตกกรกฎ ดาวตนุลัคน์ในพื้นดวงคือพุธ ตอนนี้ตนุจรมีจันทร์เป็นเจ้าเรือน และภพกัมมะจรย้ายไปที่เมษ มีอังคารเป็นเจ้าเรือน
วิธีนี้ต่างจากวิธีที่ 1–5 ข้างบนตรงที่ดาวถูกขับไปด้วย ส่วนวิธีที่ 1–5 ดาวอยู่ที่เดิม ผู้เรียนควรเลือกแบบเดียวแล้วใช้ให้ต่อเนื่อง
เคล็ดสองข้อ
- อ่านพื้นดวงของภพนั้นก่อนเสมอ เพราะเป็นกรอบ ดาวจรดีเท่าไรก็ไม่เกินกรอบนี้
- อย่าลืมความหมายของภพเดิมที่ภพจรตก เช่นภพกดุมภะจรอยู่ราศีที่เป็นภพวินาศในพื้นดวง ให้นำความหมายของวินาศมาร่วมอ่านด้วย
ควรทำ
- หาลัคนาจรปีนี้ของคุณด้วยสูตรลัด แล้วเขียนว่าในพื้นดวงราศีนั้นเป็นภพอะไร
- ถ้าปีนี้ตรงกับ 13, 25, 37, 49 ให้เลือกตัดสินใจเรื่องใหญ่ด้วยความระมัดระวังกว่าปกติ
- ใช้วิธีเดียวตลอดปี อย่าสลับไปมาระหว่างวิธี