การพยากรณ์จร: อ่านอนาคตจากดาวที่เดินอยู่ ต้องอ่านพื้นดวงก่อนเสมอ

พื้นดวงบอกว่าคุณมี "โอ่ง" ใบใหญ่แค่ไหน ดาวจรบอกว่าน้ำจะมาเท่าไร อ่านสองอย่างนี้ด้วยกัน
จังหวะชีวิตและดาวจร

อ่าน 4 นาที · อัปเดต 6 พฤศจิกายน 2569 · ชุด พยากรณ์จร บทที่ 1/10

พื้นดวงคือภาพของดาวตอนคุณเกิด ดาวทุกดวงถูกหยุดไว้ที่ตำแหน่งเดียว คำพยากรณ์จากพื้นดวงจึงบอกได้แค่แนวโน้มทั้งชีวิต ส่วนคำถามอย่าง "ปีหน้าเรื่องงานจะเป็นยังไง" เป็นเรื่องของ "การพยากรณ์จร"

คำว่า "พยากรณ์" แปลว่าคาดการณ์ด้วยหลักวิชา ไม่ใช่เดาสุ่ม และ "จร" แปลว่าไม่อยู่กับที่ การพยากรณ์จรจึงคือการอ่านเหตุการณ์ข้างหน้าจากดาวที่กำลังเคลื่อน

พยากรณ์จรมีหลายแบบ

ตำราไม่ได้กำหนดว่าต้องมีกี่แบบ แต่ที่ใช้กันมีอย่างน้อย

  • ใช้ดาวจร ดูตำแหน่งดาวบนฟ้า ณ เวลาที่ต้องการ เป็นแบบที่ใช้มากที่สุดและเริ่มต้นง่ายที่สุด
  • ใช้ลัคนาจร ขยับลัคนาตามอายุ (ดูบทลัคนาจรรายปี)
  • ใช้ทักษาจร (ภูมิทักษา)
  • ใช้ตรีวัย ตามดาวเจ้าวัยของแต่ละช่วงอายุ

ทุกแบบมีจุดร่วมเดียวกัน คืออ้างอิงตำแหน่งดาวที่โคจร ณ เวลาที่ต้องการพยากรณ์

ก่อนอ่านจร ต้องอ่านพื้นดวงให้ครบ 7 เรื่อง

  1. ลัคนาอยู่ราศีไหน และดาวเจ้าเรือนของแต่ละภพไปอยู่ตรงไหน
  2. ดาวในดวงสัมพันธ์กันอย่างไร กุมลัคนา กุมกันเอง หรือเล็งกัน
  3. ดาวคู่นั้นเป็นคู่มิตร คู่ศัตรู คู่สมพล คู่ธาตุ อยู่ในราศีธาตุอะไร และมีดาวเจ้าเรือนทุสถานภพ (อริ มรณะ วินาศ) อยู่ในคู่ไหม
  4. ในพื้นดวงมีดาวเดินวิกลคติไหม (เสริด มนท์ พักร)
  5. ดาวแต่ละดวงได้มาตรฐานอะไร เกษตร อุจจ์ ราชาโชค หรือนิจ ประ
  6. ถ้าใช้ทักษา ดาวแต่ละดวงเป็นภูมิอะไร (เช่น กาลกินีที่ไปกุมลัคนาต่างจากกาลกินีที่อยู่ภพอื่น)
  7. ดวงมีเกณฑ์พิเศษไหม เช่น องค์เกณฑ์

ตัวอย่างจากตำรา ดวงหนึ่งมีอังคารเป็นเจ้าเรือนปุตตะกับกัมมะ อยู่ตุลย์และเป็นประ ถ้าอ่านแค่นี้จะสรุปว่าอังคารไม่เด่น แต่ตุลย์เป็นเรือนศุกร์ซึ่งเป็นเกษตรในดวงนั้น ศุกร์กับอังคารเป็นคู่มิตร ราศีตุลย์เป็นแม่ธาตุลมซึ่งตรงกับธาตุของอังคาร และลัคนากรกฎมีอังคารอยู่ภพ 4 ได้เกณฑ์องค์เกณฑ์ ผลคืออังคารไม่ได้เสียหายจากประเต็มที่ เพราะมีตัวช่วยประคอง

โอ่งน้ำ: พื้นดวงเป็นกรอบ ดาวจรเป็นน้ำ

พื้นดวงเหมือนโอ่งที่มีขนาดแน่นอนอยู่แล้ว ดาวจรเหมือนน้ำที่ไหลเข้ามา ถ้าดวงจรบอกว่าจะมีลาภเข้ามาสามส่วนแต่โอ่งใส่ได้ส่วนเดียว ที่เหลือก็ล้น ผู้พยากรณ์ที่ดีจึงบอกได้ว่ามีน้ำเข้ามาเท่าไร และคุณเก็บได้เท่าไร ส่วนที่ทำได้คือการกระทำปัจจุบัน ทำให้เก็บได้ดีขึ้น ไม่ต้องเสียเงินทำพิธีเสริมดวงที่ไม่จำเป็น

อ่านดาวจรทีละขั้น

  1. เปิดปฏิทินโหร หาตำแหน่งดาวจร ณ วันที่ต้องการ
  2. เทียบดาวจรกับดาวในพื้นดวง ว่ากุมลัคนา กุมดาวไหน ได้มาตรฐานอะไร ตัวอย่างพฤหัสจรเข้าเมษซึ่งกุมลัคนาและกุมอาทิตย์ในพื้นดวง (คู่มิตรใหญ่) และได้ราชาโชค
  3. เลือกเรื่องที่ต้องการอ่าน เช่นการงาน คือภพกัมมะ
  4. ใช้หลักสองข้อ
    • ดาวทำหน้าที่อะไรในพื้นดวง ดาวจรดวงนั้นทำหน้าที่เดียวกัน (ดาวกัมมะในพื้นดวงคือเสาร์ เสาร์จรก็ทำหน้าที่ดาวกัมมะ)
    • ใช้หลักเดินตามดาว

เดินตามดาว: สองจังหวะ

จังหวะแรกอยู่ที่พื้นดวง ว่าภพที่ต้องการคืออะไร จังหวะที่สองไปที่ดาวจร ว่าดาวเจ้าเรือนจรอยู่ภพไหนของพื้นดวง

ตัวอย่างดวงลัคนาเมษ ต้องการอ่านงาน กัมมะอยู่ที่มังกร เจ้าเรือนคือเสาร์ เสาร์จรอยู่กุมภ์ ซึ่งเป็นภพลาภะ จึงได้โครงว่า กัมมะ → ลาภะ ถ้าจะลึกกว่านั้น ให้ดูว่าเจ้าเรือนลาภะ (ราหู) จรอยู่ภพไหน ถ้าอยู่มีน (ภพวินาศ) จะได้โครง กัมมะ → ลาภะ → วินาศ แปลง่ายๆ ว่า งานของคุณมีโอกาสได้ลาภผลความสำเร็จ แบบที่ไม่ทันตั้งตัว

ตำราเตือนให้ถือเลขไทยเป็นดวงเดิม และเลขอารบิกเป็นดวงจร เวลาเขียนโครงมักจำง่ายว่า "ไทย อารบิก อารบิก"

ดาวสองดวงถูกกันไหม: ดูทุสถานะต่อกัน

ภพ 6 8 12 นับจากลัคนาเรียกทุสถานภพ ดาวสองดวงก็มีความสัมพันธ์แบบนี้ได้ โดยเปลี่ยนจุดเริ่มนับเป็นดาวดวงหนึ่ง ถ้านับจากดาว A ไปราศีที่ 6, 8 หรือ 12 แล้วเจอดาว B ถือว่า A ไม่ถูกกับ B

ตัวอย่างในดวงหนึ่ง นับจากกุมภ์ (เสาร์) ไป 6 ราศีถึงกรกฎ (อาทิตย์และพุธ) และจากกรกฎนับไป 8 ได้กุมภ์ เสาร์กับอาทิตย์และพุธเป็นอริและมรณะต่อกัน

ข้อสังเกตคือความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นสองทางเสมอไป ตัวอย่างจากตำรา นับจากพฤหัสไปราศีที่ 12 เจออังคาร พฤหัสจึงไม่ถูกกับอังคาร แต่ถ้านับจากอังคาร พฤหัสอยู่ภพที่ 2 ไม่ใช่ทุสถาน อังคารจึงไม่ได้ถูกพฤหัสรบกวน และยังได้มุมดีเป็นภพกดุมภะของอังคารด้วย

ผลในการจร ถ้าดาวสองดวงในพื้นดวงถูกกัน เมื่อดาวจรมาเจอก็เกื้อกัน เหมือนคนรักกัน ถ้าเป็นทุสถานะต่อกัน เหมือนคู่กัด เจอกันก็ระแวงและหาโอกาสทำลายกัน

ควรทำ

  • ก่อนถามว่า "ปีหน้าเป็นยังไง" ให้เขียนสรุปพื้นดวงของเรื่องนั้นก่อน (ภพนั้น ดาวเจ้าเรือน มาตรฐาน) แล้วค่อยดูดาวจร
  • เขียนโครงสองจังหวะไว้ ไทย อารบิก อารบิก เพื่อไม่สลับดวงเดิมกับดวงจร
  • ตั้งแผนตามกรอบที่อ่านได้ เช่น ถ้า "ลาภมาก แต่โอ่งเล็ก" ให้ตั้งเป้าเก็บส่วนที่เก็บได้ ไม่ต้องไล่ตามทั้งหมด

ขั้นต่อไป

ดูดาวจรปัจจุบันเทียบกับพื้นดวงของคุณ

ดูท้องฟ้าวันนี้

คำถามที่พบบ่อย

พยากรณ์จรกับพยากรณ์พื้นดวงต่างกันอย่างไร
พื้นดวงอ่านดาวที่หยุดไว้ตอนเกิด บอกแนวโน้มทั้งชีวิต พยากรณ์จรอ่านดาวที่กำลังเดินอยู่ บอกว่าช่วงเวลาหนึ่งเรื่องหนึ่งจะเป็นอย่างไร
ทำไมต้องอ่านพื้นดวงก่อนเสมอ
เพราะพื้นดวงเป็นกรอบของผลที่เกิดได้ ดาวจรดีแค่ไหน ผลก็ไม่เกินความจุของพื้นดวงในเรื่องนั้น
ถ้าอยากรู้ว่าผลจริงจะออกมาเมื่อไร ต้องดูอะไร
ดูระยะเวลาที่ดาวเจ้าเรือนอยู่ในราศีนั้น (ดูบทอายุความของคำพยากรณ์จร)