ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่หลายคนเฝ้ารอการปรับตำแหน่งหรือเลื่อนขั้น ข้าราชการมักได้ผลช่วงกันยายนถึงตุลาคม ผู้สอนบอกว่าไม่มีอะไรสำคัญเกินดวงชะตา โดยเฉพาะ ดาววาสนา (ตนุลัคน์) และภพสุภะ บทนี้สรุปองค์ประกอบที่ผู้สอนใช้ตรวจ
ตรวจพื้นดวง 5 อย่าง
- ดาววาสนา (ตนุลัคน์) อยู่ในที่ดี ได้ตำแหน่งดี แปลว่าตัวเจ้าชะตามีความสามารถพาตัวเองไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ยิ่งได้มหาอุจจ์ ยิ่งไปถึงได้
- ภพกัมมะ (ภพ 10) ต้องดี เจ้าเรือนการงานได้เกษตร หรืออยู่ภพดี (ลาภะ พันธุ สุภะ)
- ภพสุภะ (ภพ 9) ผู้สอนบอกว่าเป็นความเจริญสูงสุดของชีวิต ต้องดีที่สุดในดวง
- อาทิตย์ (สำหรับผู้รับราชการหรืองานที่ต้องการตำแหน่ง) ต้องไม่เสีย ได้เกษตร มหาอุจจ์ หรือราชาโชค ส่วนมหาจักรก็เหนื่อยหน่อย
- ไม่มีมฤตยูกุมหรือเล็งอาทิตย์ ผู้สอนถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด เป็นคู่ที่ตัดเกียรติยศและตำแหน่ง ถึงมีคนเสนอชื่อและผลงานดีแค่ไหนก็ไปไม่ถึง เรียกกันง่ายๆ ว่า ดวงเลื่อยขาเก้าอี้ คือเดินมาดีๆ แล้วถูกคนดึงลง ผู้สอนแยกกรณีนี้ออกจาก "เสื่อมเสียชื่อเสียง" ซึ่งเกิดเมื่อดาวเสียอยู่ภพร้าย (ประ มรณะ วินาศ)
ผู้สอนย้ำว่าอาทิตย์ดวงเดียวไม่พอ ต้องครบหลายองค์ประกอบ ผลจึงจะไปถึงอย่างสง่างามและอยู่นาน เกษียณก็จบอย่างสวย ถ้าขาดองค์ประกอบใด ตำแหน่งก็ไม่ขึ้นอย่างที่หวัง
ตรวจดาวจรในช่วงที่คำสั่งจะออก
อาทิตย์จรเดือนนั้น
ผู้สอนสังเกตว่าอาทิตย์ถึงราศีกรกฎและสิงห์ราวกรกฎาคมถึงสิงหาคม และขึ้นกันยายนต้นๆ ช่วงที่คำสั่งออกมักเป็นช่วงที่อาทิตย์อยู่ราศีสองนี้ ถ้าอาทิตย์จรเข้าภพที่ดีกับลัคนาของคุณ มักได้ตำแหน่ง อาทิตย์เป็นดาวที่เดือนเดียว จึงต้องดีในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เพราะตุลาคมคำสั่งออกไปแล้ว
ดาวสุภะจร
ดาวของภพสุภะ (เจ้าเรือนภพ 9) ต้องไม่โคจรเข้า ทุสถาน
- เข้าภพอริ มีปัญหา ผู้ใหญ่สนับสนุนแต่ผู้ใหญ่เหนือขึ้นไปไม่ให้ ดึงไปดึงมา
- เข้าภพมรณะ ไม่ได้
- เข้าภพวินาศ ต้องวิ่งหลังบ้าน อาศัยผู้สนับสนุนด้านหลัง
พฤหัสบดีของปีนั้น
พฤหัสบดีเป็นดาวสำคัญรองจากอาทิตย์ ผู้สอนบอกว่าในปีที่หวังตำแหน่ง ต้องดีทั้งบนท้องฟ้าและในภูมิทักษา ควรเป็น ศรี เดช หรือมนตรี ได้อำนาจ บารมี และผู้ช่วยเหลือ ถ้าทักษาไปตกเป็นกาลกิณี โอกาสจะยาก
ตัวอย่างการตีความ
ผู้สอนยกตัวอย่างลัคนาธนู ซึ่งอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนสุภะ แต่เมื่อถึงช่วงตัดสิน ถ้าอาทิตย์จรผ่านราศีกรกฎซึ่งเป็นภพมรณะของลัคนาธนู ปีนั้นอาจไม่ได้ขึ้นสูงสุด และถ้าดาวประจำตัวเป็นพฤหัสบดี (ดาวใหญ่) ที่เข้าจุดเสียในทักษา ผู้สอนแนะนำให้นิ่ง อย่าเพิ่งคาดหวัง ถ้าได้ ก็มักเป็นตำแหน่งที่ไกลหรือถูกย้ายไป
ผู้สอนบอกว่าถึงองค์ประกอบครบ ก็ยังมี ฟ้าเหนือฟ้า คือผู้ใหญ่ที่อยู่เหนือขึ้นไปมีตัวเลือกของเขา เช่นอาวุโสและเหตุผลทางองค์กร ต้องถอยเมื่อถึงเวลา และรอปีหน้า
ใช้ได้กับงานเอกชนด้วย
เกณฑ์นี้ใช้กับบริษัททั่วไปได้ เช่นการขึ้นเป็นซีอีโอ แต่ผู้สอนบอกว่าการประเมินจริงยังต้องลงลึกถึงดาวและนวางค์รายปีซึ่งต้องเรียนต่อเฉพาะ บทนี้จึงเป็นภาพกว้าง
ควรทำ
- ตรวจพื้นดวง 5 ข้อก่อน ถ้าไม่ผ่านข้อใด ตั้งความหวังให้เหมาะ และเตรียมแผนสำรอง
- ตรวจอาทิตย์จรในเดือนที่ตัดสิน ว่าเข้าภพที่ดีหรือภพร้าย
- ตรวจดาวสุภะจรว่าเข้าทุสถานหรือไม่
- ตรวจพฤหัสบดีและภูมิทักษาของปีนั้นว่าไม่ใช่กาลกิณีจร
- ถ้าผลไม่เป็นไปตามหวัง ใช้ช่วงที่ดาวไม่เอื้อทำงานเบื้องหลังและสะสมผลงาน แทนการรีบเรียกร้อง