คนหนึ่งผูกดวงในแอปได้ลัคนาหนึ่ง ไปเรียนในคลาสโหรได้อีกลัคนาหนึ่ง คนมักคิดว่ามีอันใดอันหนึ่งผิด จริงๆ แล้วทั้งสองอาจถูกตามระบบของตัวเอง เพราะ จุดตั้งต้นของการคำนวณไม่เหมือนกัน บทนี้อธิบายให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องทำอย่างไรกับลัคนาที่อยู่ใกล้รอยต่อ
ลัคนาคืออะไร อีกรอบ
ลัคนาคือจุดที่ขอบฟ้าด้านตะวันออกตัดกับเส้นทางของอาทิตย์บนจักรราศี โลกหมุนตลอดเวลา ราศีจึงโผล่พ้นขอบฟ้าทีละราศีเรื่อยๆ ราศีไหนโผล่ตอนคุณเกิด ราศีนั้นคือลัคนา และเพราะโหราศาสตร์ขึ้นกับการคำนวณ ถ้าจุดตั้งต้นเลื่อน ผลก็เลื่อน
ระบบที่ 1: สุริยยาตร์ (วิธีโบราณ)
ระบบนี้เป็นของโบราณที่ใช้มานับพันปี หลักคือ
- ตัดวันที่อาทิตย์ขึ้น ใช้ราว 06:00 น. และตัดอีกฝั่งราว 18:00 น.
- ไม่ปรับเวลาท้องถิ่น ไม่ว่าเกิดที่ไหนในประเทศ
- ใช้ตัวนาทีคงที่ของแต่ละราศี (อันโตนาที) ที่ได้จากการวัดเงาของอาทิตย์ แต่ละราศีใช้เวลาโผล่พ้นขอบฟ้าไม่เท่ากัน
| ราศี | นาที | ราศี | นาที |
|---|---|---|---|
| เมษ | 120 | ตุลย์ | 168 |
| พฤษภ | 96 | พิจิก | 144 |
| มิถุน | 72 | ธนู | 120 |
| กรกฎ | 120 | มังกร | 72 |
| สิงห์ | 144 | กุมภ์ | 96 |
| กันย์ | 168 | มีน | 120 |
รวมกันได้ 1,440 นาที เท่ากับหนึ่งวันพอดี ตารางนี้ตรงกับตารางที่เว็บเราใช้คำนวณลัคนา
วิธีคำนวณคือดูว่าอาทิตย์อยู่ราศีไหน อยู่มาแล้วกี่องศา เหลือกี่นาทีในราศีนั้น แล้วเดินเวลาจากอาทิตย์ขึ้นไปหาเวลาเกิด ไล่ราศีต่อๆ ไปจนหมดเวลา ข้อดีคือคงที่และเรียบง่ายที่สุด
ระบบที่ 2: เวลาท้องถิ่นและค่าอายนางศ์ (วิธีสมัยใหม่)
ระบบนี้ใช้แนวสากล และมีสองเรื่อง
1. เวลาท้องถิ่น โลกหมุนครบ 360 องศาใน 24 ชั่วโมง จึงหมุนไป 1 องศาทุกๆ 4 นาที สถานที่ที่อยู่ทางตะวันออกเห็นอาทิตย์ก่อน ทางตะวันตกเห็นทีหลัง ประเทศไทยใช้เวลามาตรฐานที่อิงเส้นแวง 105 องศาตะวันออก (ใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2463) จังหวัดที่อยู่ไกลจากเส้นนี้จึงต่างจากเวลามาตรฐานไม่กี่นาที ต้องบวกลบเวลาท้องถิ่นก่อนวางลัคนา ตัวอย่างคนเกิดที่ปัตตานีต่างจากกรุงเทพฯ อยู่ราวหลายนาที
2. ค่าอายนางศ์ แกนโลกเอียงและส่ายไปทีละน้อยตามเวลา ทำให้จุดเริ่มราศีเมษตามดาวฤกษ์เคลื่อนไปทุกปี ค่านี้ปัจจุบันราว 24 องศา ระบบสากลคำนวณค่านี้ตามข้อมูลดาราศาสตร์จริง ส่วนระบบสุริยยาตร์ไม่ได้บวกค่านี้เข้ามา ผลคือองศาของดาวและลัคนาไม่เท่ากัน
ข้อดีของระบบนี้คือสอดคล้องกับข้อมูลดาราศาสตร์ปัจจุบัน ข้อเสียคือต้องจำหรือหาตารางเวลาท้องถิ่นของแต่ละจังหวัดเพิ่ม
ทำไมต้องมีหลายระบบ
ผู้สอนอธิบายว่าเป็นเพราะ "เข้ากับสมัยนิยม" เมื่อโลกเปลี่ยนก็มีทางเลือกเพิ่ม คนสอนรุ่นเก่าเรียนมาทั้งสองระบบ และเลือกใช้ที่ถนัด ผู้เรียนใหม่จึงควรรู้ว่าตัวเองกำลังใช้ระบบไหน และใช้ระบบเดียวตลอด อย่าเอาตัวเลขจากสองระบบมาปนกัน
ลัคนาเคลื่อนได้แค่ไหน
ไม่ว่าจะต่างระบบ ลัคนา เคลื่อนไม่เกินหนึ่งตรียางค์ (ราว 10 องศา หรือ 3 นวางค์) ตามที่ผู้สอนสรุปจากประสบการณ์ สิ่งที่เปลี่ยนจริงคือถ้าลัคนาอยู่ใกล้รอยต่อราศี อาจกลายเป็นคนละราศี และภพทั้ง 12 ย้ายตามไปทั้งชุด
คนสองราศี
ถ้าลัคนาอยู่ใกล้ขอบราศี เช่นเพิ่งเข้าเมษได้ 2–4 องศา ผู้สอนเรียกว่า คนสองราศี
- ตอนตั้งภพและคำนวณ ให้ใช้ตามที่คำนวณได้จริง (เช่นเมษ)
- แต่อุปนิสัยแท้อาจเอนไปทางราศีก่อนหน้า (มีน) เพราะอยู่ใกล้ขอบ เหมือนคนมีความกล้าของเมษแต่ความอ่อนโยนและเอื้ออาทรของมีนเต็มร้อย
- เวลาพยากรณ์ เหตุการณ์มักมาจากราศีก่อนหน้าก่อน เพราะดาวที่เคลื่อนเข้ามาจากข้างหลังจะกระทบเจ้าชะตาก่อน ราศีก่อนหน้าจึงเป็นตัวสนับสนุนเจ้าชะตามากกว่าตอนเกิดเหตุ
ข้อแนะนำให้ดูองศา ถ้าลัคนาเข้ามาแค่ 3–4 องศา ลักษณะของราศีก่อนหน้ามักเด่นชัด ผู้สอนเล่าว่ามองหน้าแล้วรู้ว่าคนนี้ไม่น่าเป็นเมษ ไปดูองศาก็ตรงว่าเพิ่งข้ามมาแค่นิดเดียว
เว็บเราคำนวณอย่างไร
เว็บนี้ใช้ตารางอันโตนาทีเดียวกับข้างบน แต่แทนที่จะใช้เวลาอาทิตย์ขึ้นคงที่ 06:00 ทุกวัน จะอ่านเวลาอาทิตย์ขึ้นของวันนั้นจากตารางรายวัน และปรับเวลาท้องถิ่นตามจังหวัดที่เกิด ตำแหน่งดาวใช้สูตรโหราศาสตร์ไทย ไม่ใช่ค่าอายนางศ์แบบสากล ดังนั้นตัวเลขอาจต่างจากแอปที่ใช้ระบบสากลได้ ถ้าลัคนาต่างกัน ให้ดูองศาและเทียบกับเหตุการณ์ในชีวิต (ใช้เครื่องมือ ตรวจเวลาเกิด ช่วย)
ควรทำ
- ถามตัวเองก่อนว่าผูกดวงด้วยระบบไหน เวลาท้องถิ่นหรือไม่ แล้วใช้ระบบเดิมกับทุกเรื่อง
- ถ้าลัคนาจากสองแหล่งอยู่คนละราศี ให้ดูองศาว่าอยู่ใกล้รอยต่อหรือไม่ ถ้าใกล้ ให้ตรวจอุปนิสัยและเหตุการณ์ชีวิตกับสองราศี
- อ่านบท วันเกิดตามโหราศาสตร์ไทยเริ่มตอนไหน ถ้าเกิดหลังเที่ยงคืนถึงเช้ามืด เพราะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้วันเกิดและลัคนาผิดทั้งดวง