หลายคนอยากเป็นโหรหรือนักพยากรณ์ บางคนอยากรู้ตัวเอง บางคนอยากมีอาชีพ ผู้สอนบอกว่าโหราศาสตร์ไม่ใช่เห็นดวงแล้วอ่านออกทันที ต้องตีความ ต้องมีองค์ความรู้เต็ม ไม่ใช่แค่ท่องจำ ความรู้พื้นฐานใช้เวลาไม่นาน ราว 6 เดือน ก็พอรู้ตัวแทนของดาวและภพเรือน และพยากรณ์ได้ระดับหนึ่ง แต่การเป็นนักพยากรณ์ที่ดี ต้องมีทั้งความรู้และ "ดวง" ที่เอื้อ
ดาวที่ผู้สอนใช้ดูว่าเหมาะเป็นนักพยากรณ์
ผู้สอนบอกว่าดวงของนักพยากรณ์มักมีดาวสามดวง
| ดาว | ความหมาย |
|---|---|
| พฤหัสบดี | องค์ความรู้ทั่วไป |
| เกตุ | สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งคุ้มครอง ครูบาอาจารย์ และสิ่งที่เติมเต็มความรู้ |
| มฤตยู | ศาสตร์เฉพาะทางด้านการพยากรณ์ ถ้าคู่กับพฤหัสบดี ผู้สอนเรียกว่าดาวครูวิเศษ เรียนรู้ได้เร็วและต่อยอดเอง |
พฤหัสบดีเด่นอย่างเดียว ได้ความรู้ทั่วไป แต่ความรู้ด้านการพยากรณ์โดยเฉพาะต้องมีเกตุกับมฤตยูเข้ามาเกี่ยว
ต้องอยู่ร่วมกันในภพดี
- กุมกัน ในพื้นดวง คือหลักข้อแรกที่ผู้สอนให้น้ำหนักมากที่สุด
- ภพที่ดีที่สุดคือ ลาภะ หรือ กดุมภะ (ได้ทั้งความรู้และเงิน ได้ชื่อเสียงและการยอมรับ)
- ภพพันธุ กัมมะ สุภะ ก็ใช้ได้ ถ้าพฤหัสบดีกุมลัคนาและมีเกตุมฤตยูอยู่ด้วย เป็นนักพยากรณ์ที่ได้รับการยอมรับ
ถ้าไม่กุมกัน ดูมุม
- มุมโยก (ห่าง 3 ช่อง) และ ตรีโกณ ถือว่าเอื้อกัน ความรู้เอื้อเฟื้อกัน เรียนอะไรก็แตกฉาน
- มุมฉาก (90°) และ มุมเล็ง (180°) ยากกว่า ต้องใช้ความพยายามมาก เรียนได้ แต่การตีความจะลำบาก ต้องฝึกมาก
ดาวพุธ: ความสามารถด้านพูด
นักพยากรณ์ต้องพูดเก่ง ผู้สอนใช้ดาวพุธ (ดาวเจรจา ปัญญา ไหวพริบ) เป็นตัวประกอบ ถ้าพุธอยู่ภพที่ไม่ดี เช่นเจ้าเรือนอริหรือมรณะ คำพูดมักทำให้คนเข้าใจผิดหรือตรงเกินไปจนรับไม่ได้ ผู้สอนแนะนำให้ เขียนหรือพิมพ์ตอบ แทนที่จะพูดซึ่งหน้า เพื่อให้ข้อความตรงและควบคุมน้ำเสียงได้ง่ายกว่า
ถ้าไม่ชอบโหราศาสตร์ไทย มีศาสตร์อื่นให้เลือก
ผู้สอนแนะว่าให้ดูดาวเด่นในดวงของตัวเองก่อน แล้วเลือกศาสตร์ที่ตรงกับดาวนั้น
- ดาวพุธดี (กุมลัคนา เป็นเกษตร อยู่ภพที่ดี) เหมาะกับ ไพ่ เรียนเร็ว ตีความภาพจากหน้าไพ่ได้ดี ข้อจำกัดคือพยากรณ์ได้ช่วงสั้น ข้ามปีไม่ได้ ส่วนโหราศาสตร์ใช้ได้ไกลเพราะมีรอบการโคจรของดาวบอกระยะเวลา
- เลขเจ็ดตัว ตั้งดวงง่าย ตีความไม่ยากเท่าโหราศาสตร์ แต่ต้องจำตัวแทนดาว
- ลายมือ ยากเยอะ เส้นมากและเปลี่ยนตามเวลา ต้องใช้สายตาดี ต้องอ่านตั้งแต่รูปมือ
- ดวงจีน โหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย ได้เหมือนกัน ถ้าพฤหัสบดีดี
กติกาของนักพยากรณ์ (เสริมจากบทจรรยาโหร)
บทนี้เก็บเฉพาะข้อที่ผู้สอนเน้นเพิ่ม (รายการเต็มดูที่ จรรยาโหร)
- ห้ามประจานดวง เห็นจุดเสียในดวงแล้ว ต้องเลือกถ้อยคำ เช่นถ้าดวงรักซ้อน ให้บอกว่า "ดวงความรักของคุณมีเรื่องซ่อนเร้น ถ้าไม่อยากถูกปิดบัง ให้เลี่ยง" แทนที่จะพูดตรงๆ ว่า เมียน้อย
- ไม่ทายตาย ถ้าเห็นดวงสูญเสียคนรัก บอกได้เพียงให้ดูแลผู้ใหญ่ที่รักให้มากขึ้นและระวังการสูญเสีย แต่ไม่บอกว่าเมื่อไร
- ห้ามเปรียบลูกว่าใครดีกว่า เพราะเป็นความลำเอียง และจะเพิ่มบาปให้เด็กที่ไม่รู้เรื่อง ให้บอกว่าดีเสมอ ส่วนอนาคตเป็นเรื่องที่เลี้ยงดูกัน
- ไม่ส่งเสริมสิ่งผิดศีลธรรมหรือผิดกฎหมาย แม้ดวงจะ "ส่ง" ทางสีเทา ผู้สอนบอกว่าตัวเองจะไม่แนะนำให้ทำ ให้ชี้ทางว่ากรรมหนีไม่พ้น แล้วให้เจ้าชะตาตัดสินใจเอง ดาวมีสิบดวง ยังมีทางเลือกอื่น
- รับผิดชอบคำพยากรณ์ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ เช่นการเปลี่ยนงาน ถ้าให้คำตอบที่ทำให้เขาลาออก ต้องตามดูว่าเขาเป็นอย่างไรต่อ ก่อนตอบ ให้ตรวจก่อนว่างานเดิมเหมาะกับพื้นดวงไหม ดาวที่ทำให้เบื่อเป็นดาวจรที่ผ่านไปเอง หรือดวงของเขาเปลี่ยนงานบ่อยตามธรรมชาติ
- ปิดท้ายด้วยสติ ถ้าเปิดเรื่องร้าย เช่นการเงินจะเสียหายหรือดวงล้มละลาย ต้องเตือนให้ระมัดระวังและมีสติ ไม่ทิ้งให้เขาถือเครื่องหมายคำถาม
ดวงเป็นแผนที่กรรม
ผู้สอนเปรียบดวงชะตาเป็น แผนที่กรรม ที่ตราไว้แล้ว เปลี่ยนไม่ได้ แต่คนที่อ่านได้คือนักพยากรณ์ จึงมีน้ำหนักรับผิดชอบสูง ผู้สอนบอกว่า "ไม่มีใครดวงดี 100%" มีจุดเสียและจุดดีเสมอ ถ้าเปิดเฉพาะจุดเสีย ผู้ฟังหมดกำลังใจ
ทักษะเสริมที่แนะนำ
นอกจากโหราศาสตร์ ผู้สอนแนะนำให้ศึกษา จิตวิทยาสำหรับนักพยากรณ์ และ การใช้ภาษาเพื่อพยากรณ์ เพราะนักพยากรณ์ต้องเข้าใจคนที่มาหา และเลือกคำพูดให้เหมาะ ไม่ใช่นึกจะพูดอะไรก็พูด
ควรทำ
- ผูกดวงตัวเอง ดูว่าพฤหัสบดี เกตุ มฤตยู อยู่ภพไหน และมีมุมต่อกันอย่างไร
- ถ้าดาวพุธเด่น ลองศึกษาไพ่หรือเลข ถ้าชอบศึกษายาวนานก็โหราศาสตร์
- ฝึกเขียนคำพยากรณ์สั้นๆ ให้ตัวเองก่อน แล้วตรวจย้อนหลัง (ดูวิธีที่บท ฝึกอ่านดวงตัวเอง)
- ฝึกกติกาข้างบน โดยเฉพาะไม่ประจานดวง และไม่ทายตาย